ยกระดับการรักษาความปลอดภัยสถานศึกษา ด้วยเทคโนโลยีที่ครอบคลุม

จากกระแส “ยกเลิกครูเวร” กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ และมีผลบังคับใช้ทันทีนั้น

หากมองในภาพรวมแล้ว ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีเหตุร้ายในโรงเรียนเกิดขึ้นเป็นประจำ นับตั้งแต่เหตุกราดยิงในโรงเรียน จนถึงความรุนแรงทั้งจากบุคลากรในโรงเรียน และคนภายนอก ที่ร้ายแรง…ไปจนถึงชีวิต ซึ่งหากดูกันที่รายละเอียดของเหตุการณ์จะพบว่า ความสูญเสียมากมายจากเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากการไม่ได้รับการแจ้งเตือนภัย ทำให้ผู้ประสบเหตุไม่รู้ถึงความเสี่ยงและภัยที่กำลังเกิดขึ้น

นี่เองเป็นเหตุผลหนึ่งที่บ่งบอกว่า การมีเพียงครูเวร หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่อาจเพียงพอสำหรับการคุ้มครองสวัสดิภาพนักเรียน นักศึกษา หรือผู้คนในสถานศึกษาให้ปลอดภัยได้ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จึงเป็นอีกทางเลือกสำคัญที่จะช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้สถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็น

1. ระบบตรวจจับด้วย AI 

Artificial Intelligence หรือ AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับการประยุกต์ใช้ในบริการรูปแบบต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่สถานศึกษาที่สามารถประยุกต์ใช้กับกล้อง CCTV เพื่อตรวจจับใบหน้า พฤติกรรม และความเคลื่อนไหว เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น โดยอาจมีศูนย์ควบคุมในระยะไกลที่คอยเฝ้าระวัง สอดส่อง จับตาดูสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง

2. Access Control Systems

ควบคุมการเข้าออกสถานที่ด้วยการใช้ระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัย รับมือผู้บุกรุกจากภายนอก รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ ที่ไม่คาดคิด โดยอาจมีการบูรณาการระบบดังกล่าวนี้เข้ากับระบบบริหารจัดการกล้อง CCTV ทั้งนี้ประเภทของระบบควบคุมการเข้าออก อาจขึ้นอยู่กับวิธีการใช้และการกำหนดสิทธิ เช่น

  • ระบบควบคุมการเข้าออกด้วยบัตร (Card Access System) ใช้บัตรหรือกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ในการระบุตัวตนผู้ใช้งาน
  • ระบบควบคุมการเข้าออกด้วยลายนิ้วมือ (Fingerprint Access System) ใช้ลายนิ้วมือในการระบุตัวตนผู้ใช้งาน
  • ระบบควบคุมการเข้าออกด้วยใบหน้า (Facial Recognition Access System) ใช้ใบหน้าในการระบุตัวตนผู้ใช้งาน
  • ระบบควบคุมการเข้าออกด้วยรหัสผ่าน (Password Access System) ใช้รหัสผ่านในการระบุตัวตนผู้ใช้งาน

3. Emergency Notification Systems ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน 

การมีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศญี่ปุ่น อย่าง J-Alert (Japan’s Emergency Warning System) โดยอาจเป็นการแจ้งเตือนผ่าน SMS ทางมือถือ, ประกาศทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมไปถึงการประกาศแจ้งเตือนตามตึกหรืออาคาร ในบริเวณที่ได้รับความเสี่ยง เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยแจ้งเตือนภัยที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อให้ทุกคนรู้และรับมือกับสถานการณ์อย่างทันท่วงที 

4. Indoor Mapping ควบคู่ Cybersecurity 

การสร้างแผนที่ภายในพื้นที่องค์กร โรงเรียน หรือ สถานศึกษา โดยอาศัยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น กล้องวงจรปิด เซ็นเซอร์ หรือเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง เป็นต้น 

การสร้างแผนที่ภายในอาคารมีประโยชน์หลายด้าน เช่น

  • ช่วยนำทางผู้อยู่ภายในอาคาร
  • ระบุตำแหน่งของบุคคลหรือวัตถุภายในอาคาร
  • วางแผนเส้นทางการอพยพในกรณีฉุกเฉิน
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอาคาร

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มความปลอดภัยภายในสถานศึกษา เช่น

  • การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่จุดสำคัญภายในอาคาร เชื่อมโยงข้อมูลกับแผนที่ภายในอาคาร เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งของผู้บุกรุกได้อย่างรวดเร็ว
  • การใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง เช่น Bluetooth, Wi-Fi, RFID (​​การระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ) เพื่อติดตามตำแหน่งของบุคคลภายในอาคารเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • การใช้ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security System) ที่บูรณาการเข้ากับแผนที่ภายในอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคาม

และนี่คือเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับสถานศึกษา เพื่อรับมือกับเหตุร้ายที่นับวันจะยิ่งเพิ่มและทวีความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีเหล่านี้จะไม่สามารถเข้าถึงสถานศึกษาได้ หากขาดการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง 

Security Pitch ขอนำเสนอ “OneFence” แพลตฟอร์มที่จะช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับบริษัท  องค์กร หน่วยงาน ไม่เว้นแม้แต่ โรงเรียน หรือ สถานศึกษา โดยเรามีโซลูชันครอบคลุมการบริหารจัดการความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security) ไม่ว่าจะเป็น  

  • Security Camera Management รวมกล้องวงจรปิด บริหารจัดการได้ในที่เดียว เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิด เช่น การตรวจจับพฤติกรรม, ตรวจจับความเคลื่อนไหว, ตรวจจับใบหน้า, ตรวจการเข้าออกพื้นที่ ทั้งบุคคล ยานพาหนะ
  • Emergency Response เชื่อมและจัดการระบบตรวจจับการบุกรุก และระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน IDS, Panic Button (SOS) และ Fire Alarm เชื่อมต่อไปยังหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
  • Cloud Access Control ระบบบริหารควบคุมการเข้า-ออก ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้งานและสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรบนคลาวด์และ แอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ยังมีโซลูชันครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Management)  และ การคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity)

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ “OneFence”

Tel. : 061-462-6414, 02-103-6462
Line : @securitypitch
Email : [email protected]

บทความที่น่าสนใจ